ห้ามฆ่าชีิวิตที่อัลลอฮฺทรงห้าม

تحريم قتل النفس التي حرم الله

จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

عن عمرو بن شعيب عن أبيه عن جده أن رسول الله صلى الله عليه وسلم  قال «مَنْ قَتَلَ مُؤْمِناً مُتَعَمِّداً دُفِعَ إلَى أَوْلِيَاءِ المَقْتُولِ، فَإنْ شَاءُوا قَتَلُوا، وَإنْ شَاءُوا أَخَذُوا الدِّيَةَ وَهِيَ ثَلاثُونَ حِقَّةً، وَثَلاثُونَ جَذَعَةً، وَأَرْبَـعُونَ خَلِفَةً، وَمَا صَالَـحُوا عَلَيْـهِ فَهُوَ لَـهُـمْ، وَذَلِكَ لِتَشْدِيدِ العَقْلِ». أخرجه الترمذي وابن ماجه

ความว่า “ผู้ใดกระทำการฆ่ามุอ์มินโดยเจตนา ดังนั้นเขาจะถูกมอบให้กับญาติของผู้ตายเป็นฝ่ายตัดสิน หากพวกเขาประสงค์ที่จะทำการประหารก็ให้กระทำได้ และหากพวกเขาประสงค์จะรับดิยะฮฺก็ทำได้ คืออูฐหิกเกาะฮฺ(อูฐตัวเมียมีอายุย่างเข้าปีที่สี่) 30 ตัว และอูฐญะซะอะฮฺ(อูฐตัวเมียที่ย่างเข้าปีที่ห้า) 30 ตัว และอูฐเคาะลิฟะฮฺ(อูฐที่กำลังท้อง)อีก 40 ตัว และทุกสิ่งที่พวกเขาตกลงประนีประนอมกันก็ย่อมเป็นของพวกเขา ดังกล่าวนี้เพื่อกำหนดให้เป็นโทษหนักในการจ่ายสินไหมชดใช้” (บันทึกโดย อัต-ติรมิซีย์ หมายเลข 1387 สำนวนนี้เป็นของท่าน และอิบนุ มาญะฮฺ หมายเลข 2626)

قال مٌعاوِيَة رضي الله عنه قال : قال رسول الله صلى الله عليه وسلم “ كُلُّ ذَنْبٍ عَسَى اللَّهُ أَنْ يَغْفِرَهُ إِلَّا الرَّجُلُ يَمُوتُ كَافِرًا ، أَوِ الرَّجُلُ يَقْتُلُ مُؤْمِنًا مُتَعَمِّدًا   رَوَاهُ النَّسَائِيُّ

เล่าจากมูอาวียะห์ รอฎียัลลอฮ์อันหุ ท่านนบีซอลลอลลอฮหูอาลัย  หีวาซัลลัม กล่าวว่า.บาปทั้งหลาย  หวังอัลลอฮ์ทรงให้อภัยนอกจากผู้ที่ตายในขณะที่เขาเป็นผู้ปฎิเสธหรือผู้ที่เข่นฆ่าผู้ศรัทธาโดยเจตนา รายงานโดย อันนาซาอี

ชีวประวัตผู้รายงานหะดีษ 

มุอาวิยะฮ์บินอบูซุฟยาน

ศอฮาบะหฺนบีผู้สูงส่ง อาบุอับดุลรอฮมาน มุอาวิยะฮ์เป็นบุตรชายของอบูซุฟยาน รอฎียัลลอฮหุอันฮุ มรรดาชื่อ ฮินดุน บินตี อุตบะห์  มุอาวียะห์ รับอิสลามในวันพิชิตนครมักกะฮ์ *1  ในปีที่8 ฮิจเราะห์  เขาได้เดินทางสู่ประเทศซาม หรือซีเรีย ในปีที่12 อิจเราะห์ ภายใต้ร่มธงพี่ชาย ยาซีด สมัยอาบูบักร ได้นำทหารเพื่อพิชิตซาม หลังจากพี่ชายประสบกับโรคระบาดในปีที่ 18 มูอาวียะห์ก็ได้ตำแหน่งแทนพี่ชายเป็นเจ้าเมืองดีมัสก์ หรือดามัสกัสชื่อเรียกในสมัยปัจจุบัน มูอาวียะห์อยู่ตำแหน่งดั่งกล่าวจนถึงสมัยคอลีฟะห์ อุมัร หลังจาก อุสมาน บินอัฟฟานดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ เขา(อุสมาน)ก็ได้รวบร่วมประเทศซาม(ซีเรีย)ทั้งหมด มูอาวียะห์ ได้รับการสัตยาบันเพื่อดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ ในปี 41 ฮิจเราะห์ และเสียชีวิตในเดือน ระยับปีที่ 60 ฮิจเราะห์ และฝังศพที่ดีมัสก์ (ดามัสกัส) ท่านได้ครองราชย์ทั้ง 19 ปี 3 เดือน กับอีก1 วัน *2

*1  ดูชีวะประวัติมูอาวียะห์เพิ่มเติมได้ที่ http://www.miftahcairo.com/index.php/2012-06-07-14-48-48/107-2012-02-10-20-36-38/247-1   ญาซากัลลอฮ์คอยรอน สำหรับเว็บต้นฉบับ

*2 ดูประวัตการพิชิตนครมักกะห์เพิ่มเติมได้ที่http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=10&id=1784 ญาซากัลลอฮ์คอยรอน สำหรับเว็บต้นฉบับ

อธิบายหะดีษ

قال أبو طيب محمد شمس الحق  ” هذا الحديث بظاهره يدل على أنه لا يغفر للمؤمن الذي قتل مؤمنا متعمدا وعليه يدل قوله تعالى (مُؤْمِنًامُّتَعَمِّدًافَجَزَآؤُهُجَهَنَّمُخَالِدًافِيهَاوَغَضِبَاللّهُعَلَيْهِوَلَعَنَهُوَأَعَدَّلَهُعَذَابًاعَظِيمًا

 

ท่านอาบูตอยญิบ มูฮำหมัด ซำซุลฮัก กล่าว” หะดีษนี้บอกอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการอภัยบาปสำหรับมุอฺมินที่ทำการฆ่ามุอฺมินโดยเจตนา อัลลอฮ์ได้ตรัสซี่งมีใจความว่า   ”และผู้ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยเจตนา การตอบแทนของผู้นั้นคือนรกอเวจีโดยที่เขาอยู่ในนั้นตลอดกาล และอัลลอฮฺทรงกริ้วผู้นั้น และทรงสาปแช่งเขา อีกทั้งทรงเตรียมการลงโทษทัณฑ์อันยิ่งใหญ่แก่ผู้นั้นแล้ว   (สูเราะฮฺอัน-นิสาอฺ อายะฮฺที่ 93) และนี้คือแนวคิดของอิบนุอับบาส และอีกจำนวนหนึ่งของบรรดาศอฮาบะหฺ รอซูล ว่าผู้ฆาตกรนั้นไม่ได้รับการเตาบัต และไม่ได้รับการเข้าสวรรค์ จนกว่าอูฐจะลอดเข้าไปในรูเข็มได้

จากการรายงานของอิบนุญารีร ด้วยสายรายงานของท่านจากยะห์ยา อัลยาบีรีย์ จากซาเล็ม จากอาบีอัลญะอ์ดุ กล่าวว่า(ขณะที่ฉันอยู่กับอิบนุอับบาส หลังจากที่เขาได้เสียการมองเห็น คือปลายๆชีวิตของอิบนุอับบาส,หรือวัยชรา) มีชายผู้หนึ่งได้มาเรียกท่าน..โอ้อับดุลเลาะห์ ท่านคิดเห็นอย่างไรกับชายที่ฆ่ามุอฺมินโดยเจตนา? ท่านก็ตอบว่า

( جَزَاؤُهُ جَهَنَّمُ خَالِدًا فِيهَا وَغَضِبَ اللَّهُ عَلَيْهِ وَلَعَنَهُ وَأَعَدَّ لَهُ عَذَابًا عَظِيمًا )

“และผู้ ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยจงใจ การตอบแทนแก่เขาก็คือ นรกญะฮันนัม โดยที่เขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล และอัลลอฮฺก็ทรงกริ้วโกรธเขา และทรงละนัตเขา และได้ทรงเตรียมไว้สำหรับเขาซึ่งการลงโทษอันใหญ่หลวง” (อันนิ สาอฺ 4:93)

แต่ตามทัศนะของอุลามะห์ส่วนใหญ่เห็นว่าการเตาบัตสำหรับผู้ที่ฆ่าโดยเจตนานั้นได้รับการเตาบัตเหมือนกับบาปทั่วไป .พวกเขากล่าวว่า .ส่วนอายัติที่มีความหมายว่า (การตอบแทนแก่เขานั้นคือนรก ญะฮันนัม ) นั้นหมายถึง ถ้าหากอัลลอฮ์ทรงมีต้องการที่จะตอบแทนคนฆ่าเช่นนั้นพระองค์ก็ทรงตอบแทนแบบนั้นแต่ถ้าหาก อัลลอฮ์ไม่ทรงตอบแทนก็สิทธิอยู่ที่อัลลอฮ์ซุบหานาฮูวาตาอา. ด้วยเหตุที่อัลลอฮ์ได้ตรัสไว้

إِنَّ اللَّهَ لَا يَغْفِرُ أَنْ يُشْرَكَ بِهِ وَيَغْفِرُ مَا دُونَ ذَلِكَ لِمَنْ يَشَاءُ

“แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงให้อภัยต่อการตั้งสิ่งใดเป็นภาคีร่วมกับพระองค์ และพระองค์จะทรงให้อภัยอื่น จากนั้นแก่ผู้ที่พระองค์ทรง ประสง (อันนีซาอฺ โองการที่ 48 )

ส่วนหลักฐานดั่งกล่าว(ที่ว่าผู้ฆ่ามุอ์มินโดยเจตนาได้รับการเตาบัตนั้น)จากหะดีษอิสรออีลีย์(คือหะดีษที่รายงายโดยลูกหลานอิสรอเอล ชาวยิวสมัยนบี) เกี่ยวกับชายที่ได้ฆ่าคนถึง 99 คน ..ท่านนบี ซ็อลลอลอฮอาลัยฮิวาซัลลัม  ได้กล่าวกับเศาะฮาบะฮฺว่า ในหมู่ชนยุคก่อนหน้าพวกท่าน มีชายคนหนึ่งได้ฆ่า 99 ชีวิต ฆาตกรคนนี้ก็ได้สำนึกในความผิดของตัวเอง และได้ถามหาผู้ที่มีความรู้มากที่สุดในโลกนี้มีคนชี้แนะให้ไปหาบาทหลวงคนหนึ่ง(ที่ขยันทำอิบาดะฮฺแต่ไม่มีความรู้) ก็บอกบาทหลวงคนนี้ว่า ฉันได้ฆ่าคนมา 99 ชีวิตแล้ว จะเตาบัตตัวได้หรือไม่ บาทหลวงก็ตอบว่า ไม่สามารถเตาบัตตัวได้เขาจึงฆ่าบาทหลวงคนนั้นอีกคน ครบ 100 ชีวิต ฆาตกรคนนั้น (ที่ฆ่าไปแล้ว 100 ชีวิต ก็ยังไม่สิ้นหวัง) ได้ไปถามคนหาที่มีความรู้มากที่สุดในโลกนี้ และได้รับการบอกกล่าวให้ไปหาคนอาลิม(ผู้รู้)คนหนึ่ง เขาก็ได้หาและถามว่า เขาได้ฆ่าคนมาครบ 100 ชีวิตแล้ว เขามีสิทธิที่จะเตาบัตตัว และอัลลอฮฺจะรับเตาบัตของเขาหรือไม่ ผู้รู้ท่านนั้นก็ตอบว่า ได้เลย ใครจะมีสิทธิมาห้ามเขาไม่ให้เตาบัตตัว ผู้รู้จึงได้บอกกับฆาตกรนี้ว่า  ให้มุ่งไปสู่ดินแดนหนึ่งซึ่งมีกลุ่มชนที่เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ ไปทำความดีร่วมกับพวกเขา และอย่าไปอยู่ในแผ่นดินเดิมที่เคยทำความชั่วอีก เพราะมันเป็นแผ่นดินแห่งความชั่ว จงไปสู่แผ่นดินแห่งความดี แผ่นดินแห่งการอภัยโทษฆาตกรคนนี้ก็ปฏิบัติ โดยตระเตรียมสัมภาระ เดินทางมุ่งสู่ดินแดนแห่งการอภัยโทษ เมื่อถึงกลางทางระหว่างดินแดนแห่งความชั่วที่ฆ่าคนมา 100 ชีวิต กับดินแดนที่ตั้งใจจะไปทำความดี ณ ดินแดนนั้น  เขาก็ตายโดยที่ยังไม่ได้ทำอิบาดะฮฺ หรือความดีใดๆ กับชาวบ้าน เพียงแต่ตั้งใจมุ่งที่จะไปทำความดี มะลาอิกะตุรเราะฮฺมะฮฺ (มะลาอิกะฮฺแห่งความเมตตา) ก็ลงมาบอกว่า เราต้องเอาวิญญาณของคนนี้ไปเสนอต่ออัลลอฮฺ เพราะเขาเป็นคนดีเตาบัตตัวแล้ว มุ่งที่จะไปหาอัลลอฮฺยังดินแดนแห่งความดีด้วยหัวใจ แต่มะลาอิกะฮฺอะซาบ (มะลาอิกะฮฺแห่งการลงโทษ) ก็ลงมาบอกว่า เขาไม่เคยทำความดีเลย บันทึกอะมั้ล(การกระทำ)ของเขามีแต่ความชั่ว เรามีสิทธิที่จะนำวิญญาณของคนชั่วไปเสนอต่ออัลลอฮฺ   อัลลอฮฺ

จึงได้ส่ง มะลาอิกะฮฺท่านหนึ่งแปลงรูปเป็นคนมาเป็นผู้ตัดสินระหว่าง 2 กลุ่ม  โดยให้วัดระยะทางระหว่าง 2 ดินแดน แล้วดูจุดกลางของชายคนนี้ว่าอยู่ใกล้ดินแดนไหนมากกว่าฆาตกรคนนี้ก็ปฏิบัติ โดยตระเตรียมสัมภาระ เดินทางมุ่งสู่ดินแดนแห่งการอภัยโทษ เมื่อถึงกลางทางระหว่างดินแดนแห่งความชั่วที่ฆ่าคนมา 100 ชีวิต กับดินแดนที่ตั้งใจจะไปทำความดี ณ ดินแดนนั้น  เขาก็ตายโดยที่ยังไม่ได้ทำอิบาดะฮฺ หรือความดีใดๆ กับชาวบ้าน เพียงแต่ตั้งใจมุ่งที่จะไปทำความดี มะลาอิกะตุรเราะฮฺมะฮฺ (มะลาอิกะฮฺแห่งความเมตตา) ก็ลงมาบอกว่า เราต้องเอาวิญญาณของคนนี้ไปเสนอต่ออัลลอฮฺ เพราะเขาเป็นคนดีเตาบัตตัวแล้ว มุ่งที่จะไปหาอัลลอฮฺยังดินแดนแห่งความดีด้วยหัวใจ แต่มะลาอิกะฮฺอะซาบ (มะลาอิกะฮฺแห่งการลงโทษ) ก็ลงมาบอกว่า เขาไม่เคยทำความดีเลย บันทึกอะมั้ล(การกระทำ)ของเขามีแต่ความชั่ว เรามีสิทธิที่จะนำวิญญาณของคนชั่วไปเสนอต่ออัลลอฮฺ   อัลลอฮฺ

จึงได้ส่ง มะลาอิกะฮฺท่านหนึ่งแปลงรูปเป็นคนมาเป็นผู้ตัดสินระหว่าง 2 กลุ่ม  โดยให้วัดระยะทางระหว่าง 2 ดินแดน แล้วดูจุดกลางของชายคนนี้ว่าอยู่ใกล้ดินแดนไหนมากกว่ามะลาอิกะฮฺจึงได้วัดระยะทาง และปรากฏว่าชายคนนี้อยู่ใกล้กับดินแดนแห่งความดีมากกว่า มะลาอิกะฮฺแห่งความเมตตาจึงมีสิทธิยึดวิญญาณของเขา(บันทึกของท่านอิหม่ามบุคอรียฺและมุสลิม)

ในเมื่อความชัดเจนเป็นเช่นนี้ แน่นอนสำหรับประชาชาติสมัยนี้ย่อมได้รับการอภัยบาปจากหนักเป็นเบา เหนือกว่าประชาชาติสมัยก่อน

ฟิกฮ์หรือฮูกุมจากหะดีษ 

สิ่งที่นักเรียนต้องศึกษาเพิ่มคือ

  1. รูปแบบการเจตนาฆ่า
  2. เงื่อนไขการกิศอศต่อผู้ที่กระทำการฆ่า
  3. เมือใดการกิศอศจะกระทำได้?
  4. ฆาตกรที่เป็นเด็กหรือคนบ้า
  5. การร่วมมือฆ่า
  6. การบังคับให้ฆ่า

สามารถหาข้อมูลดั่งกล่าวที่ http://www.islamhouse.com/p/267677

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s