หะดิษ 2ซานาวี صلاة الجنائز

صلاة الجنائز

أَبِي هُرَيْرَةَ أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ مَنْ اتَّبَعَ جَنَازَةَ مُسْلِمٍ إِيمَانًا وَاحْتِسَابًا وَكَانَ مَعَهُ حَتَّى يُصَلَّى عَلَيْهَا وَيَفْرُغَ مِنْ دَفْنِهَا فَإِنَّه يَرْجِعُ مِنْ الْأَجْرِ بِقِيرَاطَيْنِ كُلُّ قِيرَاطٍ مِثْلُ أُحُدٍ وَمَنْ صَلَّى عَلَيْهَا ثُمَّ رَجَعَ قَبْلَ أَنْ تُدْفَنَ فَإِنَّهُ يَرْجِعُ بِقِيرَاطٍ رواه البخاري

อบูฮุรอยเราะห์ รายงานว่า แท้จริงท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “มุสลิมคนใดตามไปส่งศพมุสลิมด้วยกัน ซึ่งเขามีศรัทธามั่นและแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์อัลลอฮ์ โดยได้อยู่กับเขาจนกระทั่งละหมาดเสร็จ และฝังเขาจนกระทั่งเรียบร้อย แน่นอนว่าเขาได้กลับมาพร้อมกับรางวัลสองกะรัต ซึ่งแต่ละกะรัตนั้นเท่ากับภูเขาอุฮุด แต่ถ้าผู้ใดละหมาดให้เขาแล้วก็กลับโดยไม่ได้ไปร่วมฝังศพเขา, เขาก็จะกลับมาพร้อมกับรางวัลหนึ่งกะรัตเท่านั้น”

عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَالَ { نَعَى النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ النَّجَاشِيَّ فِي الْيَوْمِ الَّذِي مَاتَ فِيهِ ، خَرَجَ بِهِمْ إلَى الْمُصَلَّى ، فَصَفَّ بِهِمْ ، وَكَبَّرَ أَرْبَعًا } .رواه البخاري

ท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้แจ้งข่าวการตายของนะญาชียฺ ในวันที่เขาตาย และออกไปยังที่ละหมาด แล้วให้พวกเขาจัดแถว และทำการตั๊กบีรจำนวน 4 ครั้งด้วยกัน”

ประวัติผู้รายงายหะดิษ  อบูฮุรอยเราะฮ์ รอฎิยัลลอฮฺตะอาลา

ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ มีชื่อจริงว่า อับดุ๊รเราะห์มาน อิบนุศ๊อคร์ อั๊ดเดาซีย์ อัลยะมานีย์ (คือ เป็นชนเผ่าอัดเดาซ์ สัญชาติเยเมน)

เป็นชื่อที่ท่านนบีตังให้แทนชื่อเดิม อับดุลซัมซฺ .ด้วยเหตุทีว่า ท่านนอบูฮุรอยเราะฮ์ชอบเลี้ยงแมว ซึ่งในครั้งหนึ่งท่านนบีได้เห็นอบูฮุรอยเราะฮ์อุ้มแมวไว้ในแขนเสื้อ ก็เลยให้ฉายาว่า อบูฮุรอยเราะฮ์ (พ่อแมว)แต่บางสายรายงานว่าฉายานี้ท่านได้รับสมัยครั้นยังเด็ก ด้วยเพราะท่านรักและชอบในตัวแมว ผู้คนสมัยนั้นจึงเรียกกันว่า อบูฮุรอยเราะฮ์

ท่านเข้ารับอิสลามในปีฮิจเราะห์ ที่ 7 แต่มีอีกสายรายงานหนึ่งที่น่าเชื่อถือ ได้ระบุว่าท่านได้รับอิสลามก่อนหน้าที่ท่านนบีฮิจเราะห์สู่เมืองมาดีนะห์ ด้วยการเชิญชวนของ ท่านฎุฟิลย บิน อัมรู อั๊ดเดาซีย์

ท่านได้เข้าร่วมรบในสงคราม ค๊อยบัร และยังเป็นผู้ติดตามท่านนบี เพราะท่านเป็นผู้นั้นที่กระหายต่อความรู้ จนกระทั้งกลายเป็นศอฮาบัตที่ท่องจำหะดิษมากที่สุด ถึง จำนวน 5374 หะดิษ

ท่านได้เสียชีวิตที่เมืองมาดีนะห์ ในปีฮิจเราะห์ที่ 57 บางรายงานว่า ปีฮิจเราะห์ที่  59

ความหมายหะดิษโดยรวม

กษัตริย์นะญาซีแห่งฮาบาชะห์เป็นกษัตริย์ที่ให้การตอนรับและคุ้มครองบรรดาศอฮะบัตินบีที่ได้อพยพจากเมืองมักกะห์ยังประเทศฮาบาชะห์ แม้ว่าจะมีการเรียกร้องจากบรรดามุซรีกีนมักกะห์ให้มอบบรรดาผู้อพยพกลับสู้เมืองมักกะห์ก็ตาม

ด้วยความประเสริฐและเจตนาที่ดีของท่าน ท้ายที่สุดท่านก็ได้เข้ารับอิสลาม และได้เสียชีวิตณ.ดินแดนของท่านเอง

ด้วยเหตุที่ดินแดนฮาบาชะห์ไม่มีผู้คนละหมาดใด้ท่าน ท่านนบีก็เลยประกาศให้บรรดาศอฮะบัตรวมตัวกันณ.ลานละหมาด เพื่อละหมาดฆออีบให้ กษัตริย์นะญาซี

ฟิกฮ์หะดิษ

ละหมาดฆออิบ” หมายถึง บุคคลที่ไม่อยู่ ก็หมายถึงมัยยิตที่ศพของเขาไม่อยู่ขณะละหมาดญะนาซะฮฺให้แก่เขา

ข้อพิพากษ์ระหว่างอุลามาอฺเกียวกับละหมาดฆออิบ(صلاة الغائب)
• มัซฮับชาฟิอีย์
• อิมามอันนะวะวีย์ กล่าวว่า ทรรศนะของเรา(มัซฮับชาฟิอีย์) คือ อนุมัตให้ละหมาดฆออิบสำหรับผู้ตายที่อยู่คนละเมืองกับผู้ละหมาด ไม่ว่าผู้ตายจะอยู่ทางทิศกิบลัตหรือไม่. แต่ผู้ละหมาดนั้นต้องหันไปทางทิศกิบลัต. และไม่ว่าเมืองผู้ตายจะใกล้หรือไกลจากเมืองผู้ละหมาด.
• ส่วนกรณีถ้าผู้ตายอยู่ในเมืองเดียวกับผู้ละหมาด อุลามามัซฮับชาฟิอีย์มีความเห็นสองทรรศนะ ดังนี้
• 1-ส่วนใหญ่ของอุลามาในมัซฮับ(อิมามอบูอิสหากอัชชีรอซีย์เห็น ด้วยกับทรรศนะ นี้) ไม่อนุญาตให้ละหมาดฆออิบในกรณีนี้. ผู้ละหมาดต้องไปละหมาดมะยัตยังสถานที่ที่มีการละหมาดเท่านั้น. เพราะท่านนบี(ซ.ล) ไม่เคยละหมาดมะยัตในเมืองเดียวกันเว้นแต่มีศพอยู่ตรงหน้า. และเพราะไม่มีความลำบากอันใดต่างกับผู้เสียชีวิตต่างเมือง.
• 2-ทรรศนะที่สองในมัซฮับ เห็นว่าอนุญาตถึงแม้จะอยู่ในเมืองเดียวกันก็ตาม.(ที่มา หนังสืออัลมัจมูอฺ ของอิมามอันนะวะวีย์ 5/150).
• มัซฮับฮัมบาลีย์
• อิมามอิบนุกุดามะฮ์ กล่าวว่า เป็นที่อนุญาตให้ละหมาดฆออิบสำหรับมะยัตที่อยู่ต่างเมือง โดยเนียตละหันไปยังทิศกิบลัต. และละหมาดฆออิบนั้นเหมือนละหมาดมะยัตปกติ ไม่ว่าผู้ตายจะอยู่ในทิศกิบลัตหรือไม่. และไม่ว่าเมืองของผู้ตายห่างจากเมืองของผู้ละหมาดเท่ากับระยะทางละหมาด ย่อ(สำหรับผู้เดินทาง)หรือไม่. และผู้ที่มีทรรศนะดังที่กล่าวมา คือ อิมามอัชชาฟิอีย์.
• หลักฐานของเรา(ที่บอกว่าอนุญาต) หะดีษจากท่านนบี(ซ.ล.) ท่านประกาศการเสียชีวิตของอันนะญาชีย์ กษัตริย์แห่งเอธิโอเปียในวันที่เขาเสียชีวิต และท่านนบี(ซ.ล.) ได้ละหมาดให้ท่านพร้อมกับศอหาบะฮ์ของท่าน ณ มุศอลลา และละหมาดด้วยสี่ตักบีร. หะดีษมุตตะฟักอลัยฮิ.(ที่มา หนังสืออัลมุฆนีย์ ของอิมามอิบนุกุดามะฮ์ 2/323).

• มัซฮับมาลิกีย์และหะนะฟีย์
• ส่วนอิมามมาลิกและอบูหะนีฟะฮ์ ทั้งสองเห็นว่า ละหมาดฆออิบไม่เป็นที่อนุมัต. และริวายะฮ์(รายงาน)ที่สองจากอิมามอะหฺมัด เห็นด้วยกับทรรศนะของทั้งสองที่เห็นว่าไม่อนุญาต. เพราะเงื่อนไขละหมาดมะยัตนั้นต้องมีศพตรงหน้า. และเพราะว่าถ้าอยู่ในเมืองเดียวกัน ไม่สามารถละหมาดได้เว้นแต่มีมะยัตอยู่.

• ทรรศนะที่สองในมัซฮับฮัมบาลีย์
• อีกริวายะฮ์จากอิมามอะหฺมัด อนุญาตให้ละหมาดฆออิบในกรณีที่ไม่มีผู้ละหมาดให้เขาในเมืองที่เขาเสียชีวิต แต่ถ้ามีคนละหมาดมะยัตให้แล้ว ไม่อนุญาตให้ละหมาดฆออิบ. ชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮ์และลูกศิษย์ของท่านอิบนุลก๊อยยิมเลือกทรรศนะนี้. และเป็นทรรศนะของเชคอิบนุอุษัยมีน.
• ทรรศนะที่สามในมัซฮับฮัมบาลีย์
• อีกริวายะฮ์จากอิมามอะหฺมัดเห็นว่า อนุญาตละหมาดฆออิบสำหรับผู้ที่ทำประโยชน์ให้อิสลาม เช่นอาลิม มุญาฮิด หรือผู้ที่ร่ำรวยทำประโยชน์ให้อิสลาม.ทรรศนะนี้เป็นทรรศนะของเชคอัซซะอฺดีย์ และฟัตวาของสภาฟัตวาแห่งประเทศซาอุดีอาระเบีย.(ที่มา เว็บไซต์ www.islamqa.com)

สรุป หุกุมว่าด้วยละหมาดฆออีบ มีดังนี้

  1. ไม่เป็นที่อนุมัติ ทัศนะของมัสฮับ ฮานาฟีย์และ มาลีกียะห์ โดยอ้างว่า ละหมาดฆออีบตามตัวบทหะดิษนั้นเป็นสิทธิ์เฉพาะสำหรับท่านนบี
  2. เป็นที่อนุมัติให้ละหมาดได้แก่มัยยิตทุกคน ตามทัศนะของมัสฮับซาฟีอีย์และฮัมบะลีย์
  3. เชคอิบนุตัยมียะห์ ให้ความเห็นที่เป็นกลางโดยกล่าวว่า หากผู้ที่เสียชีวิตนั้นยังไม่ได้ทำการละหมาดให้ ผู้คนต่างดินแดนก็ละหมาดให้ เฉกเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับการละหมาดให้กษัตริย์นะญาซีย์

การละหมาดมัยยิดที่กุโบร์

สามารถที่จะทำการละหมาดมัยยิตที่กุโบร์ได้ ซึ่งระยะเวลานั้น

บางอุลามาอฺเห็นว่าภายในหนึ่งเดือนหลังจากฝั่งศพแล้ว แต่บางอุลามาอฺเห็นว่า สามารถทำได้ตลอด ด้วยหะดิษที่รายงานโดยอิหม่ามบุคอรีที่ว่า

عَنْ ابْنِ عَبَّاسٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُما: أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مَرَّ بِقَبْرٍ قَدْ دُفِنَ لَيْلا ، فَقَالَ : مَتَى دُفِنَ هَذَا ؟ قَالُوا : الْبَارِحَةَ . قَالَ : أَفَلا آذَنْتُمُونِي !؟ قَالُوا : دَفَنَّاهُ فِي ظُلْمَةِ اللَّيْلِ فَكَرِهْنَا أَنْ نُوقِظَكَ . فَقَامَ فَصَفَفْنَا خَلْفَهُ ، قَالَ ابْنُ عَبَّاسٍ وَأَنَا فِيهِمْ فَصَلَّى عَلَيْهِ (رواه الشيخان)

ท่านนบีได้ผ่านกุโบร์ที่ถูกฝังตั้งแต่เมือคืน ท่านได้ถามว่า ศพนี้ถูกฝังเมือไร? ผู้คนตอบว่า เมือคืน ท่านถามว่า.แล้วทำไหม ไม่บอกให้ฉันรู้  ผู้คนตอบว่า พวกเราฝังกันในช่วงที่มืดมิดเวลากลางคืน เพราะเกรงใจที่จะปลุกท่าน .จากนั้นท่านบนีได้ยืนพวกเราก็ยืนทำศอฟ(แถว)หลังนบี  ท่านอิบนูอับบาสกล่าวว่าฉันก็เป็นผู้หนึ่งที่ละหมาดพร้อมกับนบี

 

ข้อคิดจากหะดิษ

  1. บทบัญญัติในการละหมาดมัยยิดเพราะเป็นการซะฟาอะห์และดุอาอฺให้มัยยิดจากพี่น้องผู้ละหมาด
  2. สถานที่ละหมาดมัยยิตคือลานกว้าง หากจำนวนผู้ละหมาดนั้นมาก
  3. ควรจัดแถวในการละหมาด น้อยสุดก็สามแถว
  4. ความประเสริฐของจำนวนผู้ละหมาด
  5. ประกาศการเสียชีวิตเพื่อประโยชน์และมัยยิด

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s