ตัวอย่างหะดิษ ตามจำนวนผู้รายงาน

มุตาวาตีร

ตัวอย่างหะดีษมุตะวาติร

مَنْ كَذَبَ عَلَيَّ مُتَعَمِّدًا فَلْيَتَبَوَّأْ مَقْعَدَهُ مِنْ النَّارِ 

“ผู้ใดที่กล่าวเท็จแก่ฉัน(กุหะดีษนบีมาอ้าง)เขาผู้นั้นจงเตรียมที่นั่งของเขาในนรกเถิด”

ตัวบทหะดีษนี้มีศอหาบะฮ์มากกว่า 70 คนได้รานงานสืบทอดกันมา

หะดีษมัชฮูรฺمشهور  (หะดีษที่มีผู้รายงานในแต่ละช่วงตั้งแต่สามคนขึ้นไป แต่ไม่ถึงขั้นมุตะวาติร)
عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عَمْرِو بْنِ الْعَاصِ، قَالَ سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَقُولُ ‏”‏ إِنَّ اللَّهَ لاَ يَقْبِضُ الْعِلْمَ انْتِزَاعًا، يَنْتَزِعُهُ مِنَ الْعِبَادِ، وَلَكِنْ يَقْبِضُ الْعِلْمَ بِقَبْضِ الْعُلَمَاءِ، حَتَّى إِذَا لَمْ يُبْقِ عَالِمًا، اتَّخَذَ النَّاسُ رُءُوسًا جُهَّالاً فَسُئِلُوا، فَأَفْتَوْا بِغَيْرِ عِلْمٍ، فَضَلُّوا وَأَضَلُّوا ‏”‏‏

อับดุลลอฮ์ อิบนิอัมร์ อิบนิลอาศ รายงานว่า ฉันเคยได้ยินท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงพระองค์อัลลอฮ์ จะไม่นำความรู้กลับไปโดยถอดมันออกจากบ่าว แต่อัลลอฮ์จะนำความรู้กลับไปด้วยการเสียชีวิตของบรรดาผู้รู้ จนกระทั่งแทบจะไม่เหลือผู้รู้  ฉะนั้นบรรดาผู้คนจึงได้ผู้นำที่โง่เขลา เมื่อเขาถูกถาม เขาก็จะแถลงโดยที่ไม่มีความรู้ ดังนั้นนอกจากเขาจะหลงทางแล้ว ยังนำพาผู้อื่นหลงทางอีกด้วย”(บันทึหหะดิษโดยบุคคอรี/หมวดที่3/บทที่34/ฮะดีษเลขที่ 100)

หะดีษอะซีซ عزيز  (หะดีษที่มีผู้รายงานไม่น้อยกว่าสองคน)

เช่นหะดีษ

روى البخاري ومسلم من حديث أنس بن مالك رضي الله عنه:  أن النبي – صلى الله عليه وسلم – قال: ((لَا يُؤْمِنُ أَحَدُكُمْ حَتَّى أَكُونَ أَحَبَّ إِلَيْهِ مِنْ وَلَدِهِ ، وَوَالِدِهِ ، وَالنَّاسِ أَجْمَعِينَ ))

“คนหนึ่งจากพวกท่านจะไม่เป็นผู้มีศรัทธาที่สมบูรณ์จนกว่าฉันจะเป็นที่รักแก่เขายิ่งกว่าพ่อของเขา ลูกของเขา และคนทั้งหมด”

หะดีษฆอรีบغريب  (หะดีษที่มีผู้รายงานเพียงคนเดียว โดเดี่ยว ตลอดสายรายงาน หรือในบางช่วงของสายรายงาน

เช่นหะดีษ

 عُمَرَ بْنِ الْخَطَّابِ رضي الله عنه قَالَ: سَمِعْت رَسُولَ اللهِ صلى الله عليه وسلم يَقُولُ: ” إنَّمَا الأَعْمَالُ بِالنِّيَّاتِ، وَإِنَّمَا لِكُلِّ امْرِئٍ مَا نَوَى، فَمَنْ كَانَتْ هِجْرَتُهُ إلَى اللهِ وَرَسُولِهِ فَهِجْرَتُهُ إلَى اللهِ وَرَسُولِهِ، وَمَنْ كَانَتْ هِجْرَتُهُ لِدُنْيَا يُصِيبُهَا أَوْ امْرَأَةٍ يَنْكِحُهَا فَهِجْرَتُهُ إلَى مَا هَاجَرَ إلَيْهِ” .   

รายงานจากอะมีรุลมุอฺมินีน อบูหัฟศฺ อุมัร บิน อัลค็อตฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอะนฮุ ท่านกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้ยินท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงทุกๆการงานจะขึ้นอยู่กับการตั้งเจตนา และแท้จริงทุกๆคนจะได้รับ (การตอบแทน) ตามที่เขาได้เจตนาไว้ ดังนั้นผู้ใดที่การอพยพของเขามีเจตนาเพื่อ (แสวงหาความโปรดปรานจาก) อัลลอฮฺและรสูลของพระองค์ การอพยพของเขาก็จะกลับไปสู่ (ความโปรดปรานของ) อัลลอฮฺและรสูลของพระองค์ และผู้ใดที่การอพยพของเขามีเจตนาเพื่อ (ผลประโยชน์) ทางโลกที่เขาจะได้รับ หรือเพื่อหญิงนางหนึ่งที่เขาหวังจะแต่งงานด้วย การอพยพของเขาก็จะกลับคืนสู่สิ่งที่เขาได้อพยพไป (จะถูกพิจารณาตามที่เขาได้ตั้งเจตนาไว้)” [ บันทึกโดย อัลบุคอรีย์, เลขที่ 1, มุสลิม, เลขที่ 1907 ]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s