หะดิษ2ซานาวีكرامات الأولياء وفضلهم

كرامات الأولياء وفضلهم  

عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ ، قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ” إِنَّ الْمَيِّتَ تَحْضُرُهُ الْمَلائِكَةُ ، فَإِذَا كَانَ الرَّجُلُ الصَّالِحُ ، قَالُوا : اخْرُجِي أَيَّتُهَا النَّفْسُ الطَّيِّبَةُ ، كَانَتْ فِي الْجَسَدِ الطَّيِّبِ ، اخْرُجِي حَمِيدَةً وَأَبْشِرِي بِرَوْحٍ وَرَيْحَانَ وَرَبٍّ غَيْرِ غَضْبَانَ ، فَيُقَالُ لَهَا ذَلِكَ حَتَّى تَخْرُجَ ، فَيُصْعَدُ بِهَا إِلَى السَّمَاءِ فَيُسْتَفْتَحُ لَهَا ، فَيُقَالُ : مَنْ هَذَا ؟ فَيَقُولُونَ : فُلانٌ ، فَيُقَالُ : مَرْحَبًا بِالنَّفْسِ الطَّيِّبَةِ كَانَتْ فِي الْجَسَدِ الطِّيِّبِ ، ادْخُلِي حَمِيدَةً ، وَأَبْشِرِي بِرَوْحٍ وَرَيْحَانَ وَرَبٍّ غَيْرِ غَضْبَانَ ، فَيُقَالُ لَهَا ذَلِكَ حَتَّى تَنْتَهِي إِلَى السَّمَاءِ الَّتِي فِيهَا اللَّهُ تَبَارَكَ وَتَعَالَى ،

الراوي:  أبو هريرة المحدث: الألباني – المصدر: صحيح الجامع – الصفحة أو الرقم: 1968 خلاصة حكم المحدث: صحيح

รายงานจากอบีฮุรัยเราะฮ จากนบี ศอลฯกล่าวว่า “แท้จริงมัยยิต(ผู้ที่ใกล้จะตาย)นั้น บรรดามลาอิกะฮได้มายังเขา แล้วเมื่อเขาเป็นคนที่ดี พวกเขา(บรรดามลาอิกะฮ)กล่าวว่า”จงออกมาเถิดโอ้ชีวิตที่ดี ที่อยู่ในร่างที่ดี จงออกมาเถิด ผู้ที่ได้รับการชมเชย และจงยินดี กับการพักผ่อน และ กับกลิ่นอันหอม และ พระเจ้าไม่ทรงกริ้ว คำพูดนั้นได้ถูกกล่าวแก่เขาตลอดเวลา จนกระทั้งมันได้ออกจากร่าง หลังจากนั้น มันได้ถูกนำขึ้นสู่ฟากฟ้า แล้วฟากฟ้าได้ถูกขอให้เปิดแก่เขา แล้วมีผู้กล่าวว่า”นี้คือใคร ? แล้วเขากล่าวว่า คนนั้น คนนี้(ระบุชื่อ) แล้วพวกเขา กล่าวว่า “ขอต้อนรับ ชีวิตที่ดี ซึ่งอยู่ในร่างที่ดี เข้ามาเถิด ผู้ที่ได้รับการชมเชย และจงยินดีกับ การพักผ่อนและ กลิ่นอันหอม และพระเจ้า มิทรงกริ้ว คำพูดนั้นถูกกล่าวแก่เขาตลอด จนกระทั้งมาถึง ฟากฟ้า ซึ่ง อัลลอฮ อยู่ ณ ที่นั้น – รายงานโดย อะหมัดและหากิม และเขากล่าวว่า ตามเงื่อนของบุคอรีและมุสลิม และ อัดดารุนกุฏนีย์

 

  عن أبي هريرةَ رضي الله عنه عن النبيّ صلى الله عليه وسلم قال:

   “سَبْعَةٌ يُظِلُّهُمُ الله في ظِلِّهِ يومَ لا ظِلَّ إِلا ظِلُّهُ : إِمامٌ عادِلٌ ، وشابٌّ نَشَأَ في عِبادة الله تعالى، ورَجُلٌ قَلْبُه مُعَلَّقٌ بالمساجد، ورَجُلانِ تَحَابَّا في الله: اجْتَمَعَا عليه وتَفَرَّقَا عليه، ورجلٌ دَعَتْه اْمرأةٌ ذاتُ مَنْصِبٍ وجَمَالٍ فقال: ” إِني أَخاف الله “، ورجلٌ تصدَّق بصَدَقَةٍ ، فأَخْفَاهَا حتِّى لا تَعْلَمَ شِمَالُه ما تُنْفِقُ يَمِينُه، ورجلٌ ذكر الله خالياً، فَفَاضَتْ عَيْنَاهُ “.

  متفق عليه ولفظه للمسلم

               ความว่า  บุคคล 7 ลักษณะที่อัลลอฮฺจะทรงให้ร่มเงาของพระองค์ในวันที่ไม่มีร่มเงาใดๆนอกจากร่มเงาของพระองค์คือ:ผู้นำที่ผดุงความยุติธรรมคนหนุ่มที่เติบโตด้วยความขยันทำอิบาดะฮฺต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาบุคคลที่มีใจผูกพันกับมัสยิดบุคคลสองคนที่มีความรักต่อกันเพื่ออัลลอฮฺเขาทั้งสองจะคบหากันและจะแยกจากกันในหนทางของอัลลอฮฺผู้ชายที่ถูกผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวยและมีหน้าตาที่สวยงามชวนให้กระทำผิดประเวณีแต่เขาปฏิเสธและบอกกับนางว่าแท้จริงข้าเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺบุคคลที่บริจาคทานอย่างเงียบๆ(ไม่ป่าวประกาศ) จนกระทั่งมือข้างซ้ายของเขาไม่รู้ในสิ่งที่มือข้างขวาได้แจกจ่ายไป  และบุคคลที่นึกถึงอัลลอฮฺโดยลำพังและร้องไห้ออกมาด้วยความสำนึกผิดต่อพระองค์(บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิมถอยคำจากมุสลิม)

อธิบายหะดีษ จากเว็บ http://www.islammore.com

จากหะดีษข้างต้นท่านนะบี  ได้ชี้แจงถึงลักษณะของผู้ที่มีสิทธิที่จะได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของอัรช์ซึ่งเป็นสิ่งที่ปรารถนาของทุกคนในวันนั้น 7 ลักษณะด้วยกัน ดังนี้

     ลักษณะที่ 1 คือ ผู้นำที่ผดุงความยุติธรรม

          กล่าวคือในช่วงที่เขาใช้ชีวิตในโลกดุนยาเขาได้รับอะมานะฮฺให้เป็นผู้นำ ท่านอิบนุ หะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ อธิบายว่าผู้นำในที่นี้หมายถึงทั้งที่เป็นผู้นำประเทศและผู้นำที่ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบในการงานของมุสลิมและเขาก็สามารถบริหารงานอย่างเป็นธรรมอยู่บนหลักการจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺ   และอัลลอฮฺ ทรงรักและทรงโปรดผู้ที่บริหารและปกครองด้วยความยุติธรรม ดังที่พระองค์ได้ตรัสว่า

« وإن حكمت فاحكم بينهم بالقسط ، إن الله يحب المقسطين »

ความว่า “และหากเจ้าตัดสิน ก็จงตัดสินพวกเขาด้วยความยุติธรรม แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ยุติธรรม” (อัลมาอิดะฮฺ : 42)

อีกอายะฮฺหนึ่งพระองค์ตรัสอีกว่า

« فأصلحوا بينهما بالعدل وأقسطوا ، إن الله يحب المقسطين »

ความว่า “พวกเจ้าก็จงประนีประนอมระหว่างทั้งสองฝ่ายด้วยความยุติธรรมและพวกเจ้าจงให้ความเที่ยงธรรม(แก่ทั้งสองฝ่ายเถิด) แท้จริงอัลลอฮฺทรงรักบรรดาผู้ที่ยุติธรรม” (อัลหุญุร็อต : 9)

  ดังนั้น พี่น้องท่านใดที่ได้รับอะมานะฮฺให้เป็นอิมามมัสยิด  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้จัดการ ครูใหญ่ หัวหน้าทีมงาน ตลอดจนหัวหน้าครอบครัวหรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน  ถ้าต้องการที่จะได้อภิสิทธิอยู่ใต้ร่มเงาของอัรช์  เขาจะต้องดำรงอยู่บนความยุติธรรม ไม่ลำเอียง ให้ความรัก ความเมตตาต่อผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างเท่าเทียมกัน
     ลักษณะที่ 2 คือ คนหนุ่มที่มีความขยันทำอิบาดะฮฺต่อองค์อัลลอฮฺ 

          กล่าวคือผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวหรือวัยรุ่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งในขณะที่สิ่งที่ต้องรับผิดชอบก็ยังมีไม่มาก เขารู้จักใช้พละกำลังที่แข็งแกร่งและเวลาว่างอันมากมายของเขาในการทำอิบาดะฮฺต่ออัลอฮฺ

         พี่น้องครับ…เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาสังคมในปัจจุบันส่วนหนึ่งเกิดจากวัยรุ่นที่ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่รู้จักใช้เวลาอันมีค่าของตน มีจำนวนไม่น้อยที่ใช้ไปในทางที่ไม่ดี สุดท้ายก็ตกเป็นเหยื่อของอบายมุขและตกเป็นทาสของยาเสพติด เป็นที่น่าเสียดายถ้าหากพวกเขาเหล่านั้นรู้สักนิดว่า  ถ้าเขาสามารถละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความคึกคะนองหาเรื่องทะเลาะวิวาทหรือไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอบายมุข  ละทิ้งความสนุกสนานในการเที่ยวเตร่ที่ไร้สาระ และสละความสุขที่ปรนเปรอแต่กามารมณ์  ถ้าเขาสามารถครองตนท่ามกลางการยั่วยุจากสื่อที่ไม่ดีต่างๆและอดทนจากการทดสอบทุกรูปแบบได้ อีกทั้ง เขาสามารถใช้ชีวิตในช่วงวัยหนุ่มวัยฉกรรจ์ของเขาด้วยการทำแต่อิบาดะฮฺทั้งที่เป็นวาญิบและสุนัตอยู่ตลอดเวลา ทุกการกระทำ ทุกคำพูด ทุกย่างก้าวที่เขาเดินเต็มไปด้วยความบะเราะกะฮฺ ความเป็นศิริมงคล เขาก็จะเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับอภิสิทธิอยู่ใต้ร่มเงาของอัรช์ในวันกิยามะฮฺอย่างแน่นอน
     ลักษณะที่ 3 คือ บุคคลที่มีใจผูกพันกับมัสยิด 

          กล่าวคือเขาสามารถทำการละหมาดญะมาอะฮฺที่มัสยิดได้ครบทั้งห้าเวลาอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งหัวจิตหัวใจของเขาก็มีความรัก ความผูกพันกับมัสยิดอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ตัวของเขาจะอยู่ที่อื่นแต่หัวใจของเขาก็อยู่ที่มัสยิดเสมอ เมื่อใดที่เขาได้ยินเสียงอะซานหรือมีเวลาว่างจากการทำงานเขาจะรีบเข้าไปในมัสยิดเพื่อทำอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ  บุคคลลักษณะดังกล่าวนี้อีกเช่นกันที่จะได้รับอภิสิทธิที่จะได้อยู่ใต้ร่มเงาของอัรช์ในวันกิยามะฮฺ
     ลักษณะที่ 4  คือ  บุคคลสองคนที่เป็นเพื่อนกัน มีความรักต่อกันเพื่ออัลลอฮฺ 

          เขาทั้งสองจะคบหากันและจะแยกจากกันในหนทางของอัลลอฮฺ  กล่าวคือ เขาทั้งสองคนจะคบเป็นเพี่อนกันและช่วยเหลือกันตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายกระทำในสิ่งที่เป็นความโปรดปรานของอัลลอฮฺ  และหากเมื่อใดที่คนใดคนหนึ่งกระทำผิดฝ่าฝืนในสิ่งที่อัลลอฮฺ ทรงห้ามและไม่ยอมรับฟังการตักเตือน  อีกฝ่ายหนึ่งก็จะเลิกคบทันที การคบหาของทั้งสองคนมิได้แอบแฝงด้วยผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น การคบหาในลักษณะดังกล่าวในปัจจุบันค่อนข้างหายาก เพราะส่วนใหญ่คบหากันก็เพื่อผลประโยชน์กันทั้งนั้น มิตรภาพอันบริสุทธิ์ในอิสลามเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้สังคมมีความสงบสุข  และผลตอบแทนของบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าวนี้ก็คือเขาจะได้รับอภิสิทธิอยู่ใต้ร่มเงาของอัรช์ในวันกิยามะฮฺ
     ลักษณะที่ 5 คือ  ผู้ชายที่ถูกผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวยและมีหน้าตาที่สวยงามเชิญชวนให้กระทำผิดประเวณีกับนางแต่เขาปฏิเสธและบอกกับนางว่า แท้จริงข้ากลัวต่ออัลลอฮฺ  

          นี่คือตัวอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันที่ผู้หญิงทั้งสวย ทั้งรวยเสนอตัวให้แก่ผู้ชายเพื่อกระทำชั่วต่อนาง มันคือฟิตนะฮฺจากสตรีเพศที่ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งจูงใจให้กับบรรดาผู้ชายที่ไร้อีมานและตกเป็นเหยื่อกันเป็นจำนวนมาก เพราะไม่สามารถที่จะอดทนกับความงามอันจอมปลอมและทรัพย์สินที่นำมายั่วยุได้ เป็นฟิตนะฮฺหนึ่งที่เราไม่ควรประมาทเพราะถึงแม้ว่าเราสามารถบังคับจิตใจไม่เข้าใกล้ ไม่ไปหามัน แต่มันอาจจะมาหาเราโดยไม่รู้ตัวและเราอาจจะหลงกับความงาม  ทรัพย์สิน และยศถาบรรดาศักดิ์ก็เป็นได้ ดังนั้นอีมานเป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถบังคับจิตใจของเราได้  จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ  หากเราสามารถอดทนและปฏิเสธสิ่งดังกล่าว เราก็จะได้รับอภิสิทธิอยู่ใต้ร่มเงาของอัรช์ในวันกิยามะฮฺเช่นเดียวกัน  
     ลักษณะที่ 6 คือ  บุคคลที่บริจาคทานอย่างเงียบๆ(ไม่ป่าวประกาศ)

          จนกระทั่งมือข้างซ้ายของเขาไม่รู้ในสิ่งที่มือข้างขวาได้แจกจ่ายไป กล่าวคือ เวลาเขาบริจาคทานไม่ว่าจะเป็นเงินหรือสิ่งของจะเป็นจำนวนมากหรือน้อย เขาก็จะปกปิดไม่เปิดเผยและไม่ป่าวประกาศในที่สาธารณะแม้แต่บุคคลที่ใกล้ชิด   ท่านนะบีอุปมาอุปมัยในการปกปิดของผู้บริจาคในลักษณะดังกล่าวเสมือนหนึ่งว่ามือขวาได้ทำการบริจาคในขณะที่มือซ้ายไม่สามารถรู้ได้เลย นี่คือระดับของความอิคลาศ ความบริสุทธิ์ใจเพื่อแสวงหาผลบุญอันมหาศาลและหลีกเลี่ยงจากการริยาอ์  การโอ้อวด ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้การบริจาคนั้นสูญเปล่าไม่ได้รับผลบุญอะไรเลย  อัลลอฮฺ ได้ตรัสในเรื่องดังกล่าวนี้ว่า

« وإن تخفوها وتؤتوها الفقراء فهو خير لكم »

ความว่า “และถ้าหากพวกเจ้าปกปิดการบริจาคนั้น และให้มันแก่บรรดาผู้ยากจนแล้ว มันก็เป็นสิ่งที่ดีแก่พวกเจ้ายิ่งกว่า “ ( อัลบะเกาะเราะฮฺ : 271)
  ลักษณะที่ 7  บุคคลที่รำลึกถึงอัลลอฮฺในยามค่ำคืนโดยลำพัง

         ซึ่งเป็นลักษณะสุดท้ายของผู้ที่จะได้รับอภิสิทธิ์ที่ระบุในหะดีษนี้  คือ บุคคลที่รำลึกถึงอัลลอฮฺในยามค่ำคืนโดยลำพังและร้องไห้ออกมาด้วยความสำนึกผิดและเกรงกลัวการลงโทษของพระองค์ นี่คือความประเสริฐของน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความรู้สึกตักวาต่ออัลลอฮฺ  พระองค์ได้ตรัสว่า

« ويخِرّون للأذقان يبكون ويزيدهم خشوعاً »

ความว่า “และพวกเขาจะหมอบราบลงใบหน้าจรดพื้น พลางร้องไห้ และมันจะเพิ่มการสำรวมแก่พวกเขา” (อัลอิสรออ์ : 109)

    ท่านอะนัส อิบนุ มาลิกได้รายงานหะดีษบทหนึ่งซึ่งท่านนะบี  ได้กล่าวว่า

«من ذكر الله ففاضت عيناه من خشية الله حتى يصيب الأرض من دموعه لم يعذب يوم القيامة» (أخرجه الحاكم )

ความว่า ” ผู้ใดก็ตามที่รำลึกถึงอัลลอฮฺและร้องไห้ออกมาเพราะเกรงกลัวต่อพระองค์อย่างแท้จริง เขาจะไม่ถูกลงโทษในวันกิยามะฮฺ”
พี่น้องผู้เป็นที่รักของอัลลอฮฺทุกท่าน

          ถึงวินาทีนี้ พวกเราทุกคนคงได้รู้จักลักษณะของผู้ที่มีสิทธิที่จะอยู่ภายใต้ร่มเงาของอัรช์ในวันแห่งการสอบสวนกันแล้ว ทีนี้เราลองกลับมาทบทวนตัวเองดูซิว่า ขณะนี้เราเข้าข่ายลักษณะใดลักษณะหนึ่งด้วยหรือไม่ ถ้าไม่…ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องพยายามนำหะดีษข้างต้นมาปฏิบัติในชีวิตของเรา เพื่อว่าในวันแห่งการสอบสวน เราจะได้มีร่มเงาของอัรช์มาบดบังแสงอาทิตย์อันร้อนระอุในเวลานั้นได้

بارك الله لي ولكم في القرآن العظيم ونفعني وإياكم من الآيات والذكر الكيم وتقبل مني ومنكم تلاوته إنه هو السميع العليم، وأستغفر الله لي ولكم ولسائر المسلمين من كل ذنب فاستغفروه إنه هو الغفور الرحيم

โดย  อ.อัสมัน แตอาลี   / Islam House

สิ่งที่นักเีรียนหาข้อมูลเพิ่มเติม 

1 ทำไมหะดีษพูดเพียงเพศชาย…

2 ความยิ่งใหญ่ของความยุติธรรมซี่งไม่จำกัดความแค่การปกครองของผู้ำนำเท่านั้น….

3 เหตุผลที่หะดีษกล่าวถึงคนหนุ่ม…(คนหนุ่มที่เติบโตด้วยความขยันทำอิบาดะฮฺต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขา)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s